EP03:ยิ้มสยาม: สยามเมืองยิ้ม

#ยิ้มสยาม

ยิ้มสยาม หรือ สยามเมืองยิ้ม เป็นคำแทนความหมายที่ใช้ในการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย ภายหลังมีการประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (2504- 2509) ในสมัยรัฐบาลจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ผ่านอนุสาร อสท. ขององค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ปัจจุบัน คือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย) โดยเน้นลักษณะ “รอยยิ้ม” ความเป็นกันเอง มีไมตรีจิตและบริการเพื่อเอาใจลูกค้า (จาก www.sookkasean.com)

ยิ้มสยาม  คือคำว่า ยิ้ม เชื่อมกับ คำว่า สยาม ให้เป็นศัพท์เดียวที่แปลความหมายได้ว่า การยิ้มของคนสยามหรือคนไทย ซึ่งเมื่อเผชิญปัญหาหรือเจออะไรก็ยิ้มไว้ก่อน ยิ้มสยาม และสยามเมืองยิ้ม จึงเป็นคำแทนความหมายที่ใช้ในการโปรโมตการท่องเที่ยวในลักษณะ “ทัวร์ลิตต์”และ “เพรสทัวร์”  อาจรวมทั้ง “ทัวร์ซำเหมา”

แม้ว่าการท่องเที่ยวที่เน้นลักษณะ “รอยยิ้ม” ที่ดูเป็นการทอดไมตรีการบริการเพื่อเอาใจลูกค้า ลูกทัวร์ ที่มาบริการ “ยิ้ม” จะไม่ได้จำกัดเฉพาะคนสยามหรือประเทศไทยเท่านั้น แต่มีลักษณะเดียวกันทั้งอุษาคเนย์ หรือทั่วโลกก็ว่าได้ แต่ “ยิ้มสยาม” ในที่นี้ จำกัดเฉพาะความหมายถึงรอยยิ้มของคนไทยเท่านั้น  “สยามเมืองยิ้ม” จึงหมายถึงความงดงามของรอยยิ้มของผู้คนทุกเพศทุกวันไม่จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น

คำว่า “ยิ้มสยาม” และ “สยามเมืองยิ้ม” จึงถูกใช้เป็นคำประชาสัมพันธ์ในการณรงค์การท่องเที่ยวอยู่หลายวาระไม่ว่าจะยุคฐานทัพทหารสหรัฐอเมริกา ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2518 หรือ ปีรณรงค์การท่องเที่ยวไทย เมื่อ พ.ศ. 2530 ในสมัยรัฐบาลของพลตรีชาติชาย ชุณหะวัณ (ยศในขณะนั้น) ที่ดำเนินนโยบายเปลี่ยน “สนามรบเป็นสนามการค้า” พร้อม ๆ กับประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวด้วยการประชาสัมพันธ์คำว่า “Welcome to Thailand” และหลังจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ “ต้มยำกุ้ง” เมื่อปี พ.ศ. 2540 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน  ดังนั้น “ยิ้มสยาม” หรือ“สยามเมืองยิ้ม” จึงเป็นความหมายที่สื่อทางกิริยาได้ทั้งด้านความหลากหลายของ  “รอยยิ้ม” ที่มีเป้าหมายของ “ผู้ยิ้ม” และ “ผู้ถูกส่งยิ้ม”  (เรียบเรียงจากบทความในเว็บไซต์ของสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย)

จากบทความเรื่อง “ยิ้มต่อไปเถิดนะคนไทย” ของคุณเซษฐพล มานิตย์ นักจิตวิทยาชาวไทย ที่เขียนโพสในหัวข้อเรื่อง #themosthappiness  (www.themosthappiness.wordpress.com)  ก็ได้กล่าวโดยสรุปว่า รอยยิ้มนั้นเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนไทย จนนานาประเทศต่างขนานนามประเทศไทยว่า “สยามเมืองยิ้ม”  แล้วรอยยิ้มนี้ได้สร้างชื่อเสียงให้ประเทศมานักต่อนัก ไม่แปลกใจที่ธุรกิจบริการต่าง ๆ เติบโตได้ดีในประเทศไทย  และที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางที่สุดก็คือรอยยิ้มของพนักงานต้อนรับการบินไทย  สายการบินแห่งชาติที่เลือกสิ่งที่หาง่ายที่สุดและประหยัดที่สุดมาเป็นจุดขายได้อย่างประสบความสำเร็จมากที่สุด นี่คงเป็นตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนนะคะว่ารอยยิ้มของเรานั้นสร้างมูลค่าได้มหาศาลแค่ไหน นอกจากนี้บทความนี้ได้กล่าวถึงสาระที่น่าสนใจอย่างมากว่าในบทความของ Dr. Mark Stibich สมาชิกของคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก และเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านพฤติกรรมศาสตร์ ที่มีประสบการณ์ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม  ได้เขียนบทความให้เหตุผล 10 ข้อสนับสนุนว่า การยิ้มมีประโยชน์ทางด้านสุขภาพและบุคลิกภาพของเรา  ดังนี้

ข้อ 1 ยิ้มทำให้เราน่าสนใจ เพียงแค่เรายิ้มออกมาก็เหมือนเป็นแรงดึงดูดให้คนรอบข้างอยากจะเข้ามาใกล้  เพราะคนเราจะตีความรอยยิ้มว่าเป็นการแสดงออกถึงความเป็นมิตร (Smiling makes us attractive)

ข้อ 2 ยิ้มเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของเรา  ในเวลาที่คุณรู้สึกไม่ดีลองยิ้มออกมาเถอะ แล้วจะเห็นผลว่าคุณรู้สึกดีขึ้น การยิ้มนั้นสามารถส่งผลต่อร่างกายและช่วยในการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ของเราได้จริง (Smiling changes our mood)

ข้อ 3 ยิ้มเป็นอาการที่ติดต่อถึงกัน เมื่อใครบางคนยิ้มออกมาก็เหมือนกับทั้งห้องนั้นสว่างไสวขึ้น ปรับเปลี่ยนภาวะอารมณ์ความรู้สึกของคนอื่น ทำให้สิ่งต่าง ๆ ดูรื่นรมย์ขึ้น เวลาที่คนยิ้มมมีความสุขเกิดขึ้นที่ตัวของเขาเอง รอยยิ้มของเรากระตุ้นคนอื่นให้ยิ้มตามไปด้วย (Smiling is contagious)

ข้อ 4 ยิ้มบรรเทาความเครียด  ความเครียดนั้นแสดงออกบนใบหน้า  และการยิ้มนั้นเป็นเหมือนตัวป้องกันไม่ให้เราแลดูเหนื่อยล้าเกินไป  เมื่อเราให้เวลากับการยิ้มสักครู่ก็สามารถคลายความเครียดได้จากนั้นก็สามารถทำอะไรต่อไปได้ดีกว่าเดิม (Smiling relieves stress)

ข้อ 5 ยิ้มเพิ่มภูมิคุ้มกัน  การยิ้มช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานดีขึ้น  และร่างกายมีการปรับปรุงระบบภูมิคุ้มกันเมื่อเราอยู่ในภาวะผ่อนคลาย  นับเป็นการป้องกันไข้หวัดอีกทางหนึ่ง (Smiling boosts your immune system)

ข้อ 6 ยิ้มลดความดันโลหิต จากการวัดความดันโลหิตเมื่อเรายิ้มพบว่า ความดันโลหิตลดลง คุณสามารถทดลองได้เอง ถ้าหากคุณมีเครื่องวัดความดันเลือดที่บ้าน ให้นั่งพักสองสามนาทีและวัดความดัน จากนั้นให้ยิ้มอยู่นานหนึ่งนาทีและวัดอีกครั้งขณะที่กำลังยิ้มอยู่ คุณจะพบความแตกต่างที่เกิดขึ้น (Smiling lowers your blood pressure)

ข้อ 7 ยิ้มกระตุ้นการหลั่งเอนดอร์ฟินและซีโตโทนิน เมื่อเรายิ้มจะมีการหลั่งเอนดอร์ฟินและซีโรโทนินมากขึ้น  การยิ้มจริงเปรียบได้กับยาที่มีมาโดยธรรมชาติ (Smiling releases Endorphins, Natural Pain Killers and Serotonin)

ข้อ 8 การยิ้มช่วยให้แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น  กล้ามเนื้อใบหน้าที่เราใช้ในการยิ้มจะยกขึ้นเมื่อเรายิ้ม ซึ่งทำให้รอยย่นของผิวหนังหายไป ใบหน้าเต่งตึงทำให้ดูอ่อนเยาว์ ไม่จำเป็นต้องไปยกกระชับใบหน้า เพียงแค่เรายิ้มอย่างสม่ำเสมอนอกจากดูอ่อนกว่าวัยแล้วยังรู้สึกดีด้วย (Smiling lifts the face and makes you look younger)

ข้อ 9 ยิ้มทำให้เรารู้สึกประสบความสำเร็จ คนที่ยิ้มจะแสดงออกถึงความมั่นใจมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งและมีแนวโน้มที่คนจะเข้าหามากขึ้น การยิ้มในการพบปะนัดหมายทำให้ได้รับการตอบสนองที่แตกต่างไปจากการไม่ยิ้ม (Smiling makes you seem successful)

ข้อ 10 ยิ้มช่วยให้เรายังคงมองโลกในแง่ดีต่อไปได้ สามารถทดลองได้ง่ายด้วยการพยายามคิดถึงสิ่งเลวร้ายโดยไม่เลิกยิ้ม คุณจะพบว่าเป็นการยากที่จะทำเช่นนั้น เพราะเมื่อเรายิ้มร่างกายของเราส่งสารไปในส่วนต่างๆ เพื่อบอกว่า “ชีวิตของเรานั้นวิเศษ” ทำให้เราห่างไกลจากอาการซึมเศร้าความเครียดและวิตกกังวลด้วยการยิ้ม (Smiling helps you stay positive) ผู้เขียนบทความฉบับนี้ได้อ้างอิงมาจาก Mark Stibich, PhD.  Top 10 Reasons to Smile (http://longevity.about.com/od/lifelongbeauty/tp/smiling.htm)

จึงเห็นได้ว่า “ยิ้มสยาม” หรือ “สยามเมืองยิ้ม” ต่างก็เป็นคำนิยามที่แสดงอัตลักษณ์ที่สำคัญของคนไทยและวัฒนธรรมไทย ที่แสดงให้เห็นได้หลากหลายบริบท ไม่ว่าจะเป็นการทักทาย การสร้างมิตรภาพ การให้อภัย การอ่อนน้อมถ่อมตนและการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ความหมายทั้งหมดสามารถรวมไว้ภายใต้ยิ้มสยามแห่งสยามเมืองยิ้มนั่นเอง

ค้นคว้าและเรียบเรียงโดย สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงออสโล

Share on facebook
Facebook
Share on google
Google+
Share on twitter
Twitter
Share on linkedin
LinkedIn
Share on pinterest
Pinterest

This Website or its third-party tools process personal data (e.g. browsing data, IP addresses) and use cookies or other identifiers, which are necessary for its functioning and required to achieve the purposes explained in the Cookie Policy.  It’s completely your choice to control your cookies.

Please read our Privacy Policy and Cookie Policy carefully before you start to use this Website. By continuing using this Website or by clicking “I ACCEPT” when this option is made available to you, you accept and agree to be bound and abide by our Privacy Policy.

If you do not want to agree to the Privacy Policy, you must not access or use the Website.

powered by